แคลเซียมเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ร่างกายใช้ในการสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง แต่การจะเลือกแคลเซียมให้ได้ผลจริง ไม่ใช่แค่ดูปริมาณบนฉลากเท่านั้น ยังต้องดูว่า “ดูดซึมดีไหม?” และ “ตกค้างในร่างกายหรือเปล่า?” อีกด้วย
แคลเซียมบำรุงกระดูก คืออะไร?
แคลเซียมบำรุงกระดูก คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือแร่ธาตุสำคัญที่ใช้ในการเสริมสร้างและดูแลความแข็งแรงของกระดูกและฟัน โดยมีส่วนประกอบหลักคือ แคลเซียม (Calcium) ซึ่งเป็นแร่ธาตุจำเป็นที่ร่างกายใช้ในการสร้างกระดูกให้มีความหนาแน่นและทนต่อแรงกระแทก และยังมีบทบาทในการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และการแข็งตัวของเลือดอีกด้วย
ทำไมต้องบำรุงกระดูกด้วยแคลเซียม?
เพราะ ร่างกายของเราสูญเสียแคลเซียมทุกวันผ่านเหงื่อ ปัสสาวะ และกระบวนการเผาผลาญ หากไม่ได้รับแคลเซียมเพียงพอจากอาหารในแต่ละวัน ร่างกายจะดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ ส่งผลให้ มวลกระดูกลดลง และเสี่ยงต่อภาวะ กระดูกพรุน กระดูกบาง หรือกระดูกหักง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ วัยหมดประจำเดือน หรือผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ไม่ออกแดด ดื่มกาแฟหรือแอลกอฮอล์เป็นประจำ
แคลเซียมรูปแบบไหนที่ดูดซึมดี
-
แคลเซียมซิเตรต (Calcium Citrate)
- ดูดซึมได้ดีแม้ท้องว่าง
- เหมาะสำหรับคนที่มีกรดในกระเพาะต่ำ เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ทานยาลดกรด
- อ่อนโยนต่อกระเพาะ ไม่ทำให้ท้องอืดมากนัก
-
แคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium Carbonate)
- ดูดซึมได้ดีเมื่อทานพร้อมอาหาร
- เป็นรูปแบบที่มีแคลเซียมสูง
-
แคลเซียมแอล-ทรีโอเนต (Calcium L-Threonate)
- ดูดซึมดีและช่วยในการเสริมมวลกระดูกโดยตรง
- อ่อนโยนต่อกระเพาะ ไม่ค่อยมีผลข้างเคียง
-
แคลเซียมแลคเตต (Calcium Lactate) / แคลเซียมกลูโคเนต (Calcium Gluconate)
- ดูดซึมได้ดีแต่ปริมาณแคลเซียมต่อเม็ดค่อนข้างต่ำ
- มักใช้ในคนที่ต้องการดูแลพิเศษ เช่น ผู้มีภาวะขาดแคลเซียมเรื้อรังในโรงพยาบาล
สรุป
แคลเซียมคือแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน อีกทั้งยังมีบทบาทในการทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และการแข็งตัวของเลือด อย่างไรก็ตาม การเลือกรูปแบบของแคลเซียมที่เหมาะสมกับร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่ใช่ว่าแคลเซียมทุกชนิดจะดูดซึมได้ดีเหมือนกัน และถ้าร่างกายดูดซึมไม่ได้ แคลเซียมก็อาจตกค้างหรือขับออกมาโดยเปล่าประโยชน์